Wi-Fi ย่อมาจากอะไร? เผยที่มาจริงแบบไม่ขำไม่ใช่ Wi-Fi
พูดถึง “Wi-Fi” ไม่มีใครไม่รู้จัก มันคือสิ่งแรกที่เรามองหาทันทีที่เข้าไปในร้านกาแฟ โรงแรม หรือแม้แต่บ้านเพื่อน (ขอรหัสหน่อยค้าบ 😅)
แต่เคยสงสัยไหมว่า “Wi-Fi” จริง ๆ แล้วย่อมาจากอะไร?
ฉันเคยคิดแบบจริงจังว่า มันต้องมาจากคำว่า Wireless Fidelity แน่นอน ฟังดูเท่เหมือน High Fidelity อะไรสักอย่าง…
แต่ความจริงคือ ไม่ใช่เลยค่ะ!
จริง ๆ แล้ว Wi-Fi ไม่มีคำเต็ม!
Wi-Fi ไม่ได้ย่อมาจากอะไรเลย!
มันคือ ชื่อแบรนด์ทางการตลาด ที่ถูกตั้งขึ้นโดยบริษัทที่ชื่อว่า Interbrand ให้กับกลุ่มอุตสาหกรรมที่ชื่อว่า Wi-Fi Alliance ในปี 1999
ตอนแรกชื่อเทคนิคจริง ๆ ของมันคือ:
IEEE 802.11b Direct Sequence
ซึ่งบอกตรง ๆ ว่า…ไม่มีใครอยากพูดหรือจำชื่อแบบนี้แน่ ๆ
บริษัทเลยต้องหาชื่อที่ “พูดง่าย ขายได้” จึงเกิดเป็นคำว่า Wi-Fi ซึ่งฟังดูคล้าย Hi-Fi (High Fidelity) ที่คนยุคนั้นคุ้นเคย
และพอถูกใช้ไปนาน ๆ คนก็เข้าใจผิดกันเองว่า Wi-Fi = Wireless Fidelity…แม้ Wi-Fi Alliance เองยังต้องออกมายืนยันเลยว่า “ไม่มีคำเต็มนะทุกคน!”
แล้วมันเกี่ยวอะไรกับขนมปังปิ้ง?
...ไม่เกี่ยวเลยค่ะ 😂
แต่ภาพ Wi-Fi กับขนมปัง (Toast) กลับถูกใช้ในมีมและโซเชียลของฝรั่งอยู่บ่อย ๆ เพราะชื่อ “Wi-Fi” มันฟังเหมือนคำเบา ๆ ที่พูดตอนหิวข้าว
หรือบางครั้งเวลา Wi-Fi ไม่เชื่อมต่อ ก็ดูเหมือนกับ “ขนมปังที่ไม่ได้ปิ้ง” — อยู่เฉย ๆ แต่ไม่มีประโยชน์! 🍞📶
Wi-Fi กับชีวิตคนทำงาน
สำหรับคนทำงานยุคนี้ Wi-Fi ไม่ใช่แค่ “สัญญาณอินเทอร์เน็ต”
แต่มันคือเครื่องมือสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และบางทีก็สร้างความหัวร้อน🤬 😅 ถ้ามันหลุดในช่วงเวลาสำคัญ! ค่ายไหนล่มที เข้าไปดูในแอปดำได้เลย มีแต่คนหัวร้อน5555+
สิ่งที่ได้จากเรื่อง Wi-Fi
เรื่องนี้สอนฉันว่า เทคโนโลยีที่เราใช้ทุกวัน มีหลายอย่างที่เรา “เข้าใจไปเอง”
บางครั้งชื่อที่ดูมีความหมาย อาจไม่มีความหมายเลยก็ได้ แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะเราต่างก็เติมความหมายให้มันด้วยประสบการณ์ของเราเอง
