ทองคำสำหรับมนุษย์เงินเดือน ตอน 2: ถือทอง vs หุ้น vs กองทุน — อันไหนเหมาะกับเงินเดือนเรา?
หลายคนที่เริ่มออมทองจากตอนที่แล้ว คงกำลังคิดต่อว่า "แล้วถือทองอย่างเดียวดีไหม? หรือควรกระจายไปหุ้น กองทุนบ้าง?"
ตอนที่ 2 นี้ เรามาเปรียบเทียบแบบตรงๆ กันเลยค่ะ ว่าสำหรับคนเงินเดือนประจำอย่างเรา อันไหนเหมาะกว่ากัน โดยอิงจากความเสี่ยง เวลา และผลตอบแทนจริงที่เคยเจอมา1. ถือทองคำจริง (Physical Gold หรือทองแท่ง/รูปพรรณ)
ครั้งหน้าตอน 3 เราจะมาคุย "เมื่อทองตก ควรทำยังไง? (ไม่ panic sell + วิธีทยอยซื้อ)" นะคะ ถ้ามีคำถามหรืออยากแชร์ประสบการณ์ลงทุนตัวเอง แชร์มาได้ลย!
📌เพจราคาทองวันนี้
แหล่งอ้างอิงสำคัญ:
ตอนที่ 2 นี้ เรามาเปรียบเทียบแบบตรงๆ กันเลยค่ะ ว่าสำหรับคนเงินเดือนประจำอย่างเรา อันไหนเหมาะกว่ากัน โดยอิงจากความเสี่ยง เวลา และผลตอบแทนจริงที่เคยเจอมา1. ถือทองคำจริง (Physical Gold หรือทองแท่ง/รูปพรรณ)
- ข้อดี: เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยสุดๆ ป้องกันเงินเฟ้อและวิกฤตโลกได้ดี ไม่ต้องกังวลเรื่องบริษัทล้มละลาย ราคาขึ้นตามตลาดโลกจริงๆ (ปีที่แล้วทองขึ้นแรงเกือบ 30-40% ในบางช่วง)
- ข้อเสีย: ไม่มีเงินปันผลหรือดอกเบี้ย ต้องรอราคาขึ้นจริงถึงกำไร (ถ้าตกก็ขาดทุนกระดาษ) เก็บรักษายุ่งยาก (เสี่ยงหายหรือต้องจ่ายค่าการันตีเซฟ) และค่ากำเหน็จตอนซื้อ-ขายทำให้กำไรสุทธิน้อยลง
- เหมาะกับใคร: คนที่อยาก "มีเกราะกันชน" พอร์ต 5-10% ของเงินออม ไม่ชอบความผันผวนสูง อยากถือยาว 5-10 ปีขึ้นไป
- ข้อดี: โอกาสกำไรสูงมาก ถ้าตลาดดี (เช่น SET Index ปีที่แล้วผันผวนแต่บางหุ้นปันผลสูงให้ผลตอบแทนรวม 6-7%+) มีเงินปันผลรายปี/รายไตรมาส ช่วยให้เงินงอกเงยแม้ราคาหุ้นไม่ขึ้น
- ข้อเสีย: เสี่ยงสูงมาก ราคาแกว่งแรงตามเศรษฐกิจ (ปี 2568-2569 หุ้นไทยยังเจอแรงขายจากต่างชาติ สภาพคล่องต่ำ) ถ้าไม่เก่งเลือกหุ้น อาจขาดทุนหนัก
- เหมาะกับใคร: คนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลาง-สูง อายุยังไม่มาก อยากให้เงินเติบโตเร็ว (แนะนำเริ่มจากกองทุนหุ้นไทยหรือหุ้นปันผลสูง เพื่อลดความเสี่ยง)
- ข้อดี: สะดวกสุด ไม่ต้องถือทองจริง ราคาตามทองโลกเป๊ะๆ (เฮดจ์ค่าเงินบาทบางกอง) ซื้อ-ขายง่ายผ่านแอปธนาคาร เริ่มต้นน้อยๆ ได้ และที่สำคัญ — บางกองมีปันผล! ผู้เขียนเคยเริ่มทยอยซื้อกองทุนทองคำรายเดือนตั้งแต่ช่วง 3-4 ปีที่แล้ว (เงินเดือนออกก็แบ่ง 1,500-5,000 บาท) พอเวลาผ่านมาถึงตอนนี้ ได้รับปันผลปีละประมาณ 6-7% (ขึ้นกับกองและตลาด) ซึ่งช่วยให้รู้สึกเหมือนมี "ดอกเบี้ย" จากทอง แถมยังได้ประโยชน์จากราคาทองขึ้นด้วย
- ข้อเสีย: มีค่าธรรมเนียมจัดการกองทุน (ราว 0.5-1.5% ต่อปี) และผลตอบแทนอาจไม่แรงเท่าถือทองจริงถ้าตลาดขึ้นแรง แต่ปลอดภัยและสะดวกกว่าเยอะ
- เหมาะกับใคร: มนุษย์เงินเดือนส่วนใหญ่! เพราะผสมข้อดีของทอง (ปลอดภัย) กับกองทุน (สะดวก + ปันผล) ไม่ต้องกังวลเรื่องเก็บของ
- 40-50% : กองทุนทองคำ (ได้ทั้ง capital gain จากราคาทอง + ปันผล 6-7% ต่อปี เหมือนผู้เขียน)
- 20-30% : ทองแท่งจริง (หรือผ่านแอปก่อนค่อยถอนภายหลัง) (ถือยาวเป็น safe haven)
- 20-30% : กองทุนหุ้นหรือหุ้นปันผล (เพื่อโอกาสเติบโต แต่ไม่เกินตัว)
ครั้งหน้าตอน 3 เราจะมาคุย "เมื่อทองตก ควรทำยังไง? (ไม่ panic sell + วิธีทยอยซื้อ)" นะคะ ถ้ามีคำถามหรืออยากแชร์ประสบการณ์ลงทุนตัวเอง แชร์มาได้ลย!
📌เพจราคาทองวันนี้
แหล่งอ้างอิงสำคัญ:
- ราคาทองโลก: https://tradingeconomics.com/commodity/gold
- ราคาทองไทย: https://xn--42cah7d0cxcvbbb9x.com/ (อัปเดตจากสมาคมค้าทองคำ)
- ข้อมูลกองทุนทองคำ: https://www.scbam.com/ (ตัวอย่าง SCBGOLD) และเว็บไซต์บริษัทจัดการกองทุนอื่นๆ
- แนวโน้มหุ้นไทย: ข้อมูลจาก SET และรายงานนักวิเคราะห์
อ่านซีรี่ย์ลงทุนสไตล์มนุษย์เงินเดือนได้ที่นี่ 👉 รวมบทความ
อ่านบทวิเคราะห์ราคาทองย้อนหลังได้ที่นี่ 👉 รวมบทวิเคราะห์
อ่านบทวิเคราะห์ราคาทองย้อนหลังได้ที่นี่ 👉 รวมบทวิเคราะห์
📗อ่านบน Mebmarket
