อัปเดตสถานการณ์ราคาทองคำล่าสุด (9 กุมภาพันธ์ 2569)
ราคาทองคำปัจจุบัน วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569
ราคาทองคำไทย
(ตามประกาศสมาคมค้าทองคำ ครั้งล่าสุดเช้านี้):
ทองคำแท่ง 96.5% ขายออก 74,200 บาท/บาท (รับซื้อ 74,000 บาท)
ทองรูปพรรณ ขายออก 75,000 บาท/บาท (รับซื้อประมาณ 72,525 บาท)
ราคายังทรงตัวใกล้ระดับต่ำหลังปรับลด 100 บาทจากวันก่อน สะท้อนแรงขายทำกำไรและดอลลาร์แข็งค่าขึ้นชั่วคราว
ราคาทองคำโลก (Gold Spot):
อยู่ที่ประมาณ 4,980 - 5,000 USD/ออนซ์ (ผันผวนระหว่าง 4,979-5,000+ USD) ใกล้ระดับ 5,000 USD หลังจากเคยพุ่งสูงกว่า5,600 แต่ยังมีแรงกดดันจากข่าว Fed และเศรษฐกิจสหรัฐฯ
วิเคราะห์แนวรับ/แนวต้าน
ราคาทองคำไทย:
แนวรับ: 74,000 - 73,500 บาท (หากหลุดอาจลงต่อ 72,000-73,000 บาท)
แนวต้าน: 75,000 - 75,500 บาท (ทะลุขึ้นได้อาจรีบาวด์แรงตามโลก)
ราคาทองคำโลก (Gold Spot):
แนวรับ: 4,900 - 4,800 USD (จุดสำคัญ หากหลุดอาจลงลึก 4,600-4,700)
แนวต้าน: 5,000 - 5,100 USD (ระดับจิตวิทยา หากกลับเหนือได้ bullish ต่อ)
ภาพรวมพักฐานหลัง rally แรง แต่แนวโน้มกลาง-ยาวยัง uptrend จาก safe-haven
บทวิเคราะห์จากสถาบันใหญ่ (อัพเดทล่าสุด 2026)
ยังมอง bullish ระยะกลาง-ยาว โดยเน้น demand จาก central bank + นักลงทุน diversify (hedge ความเสี่ยงนโยบายโลก หนี้สูง Geopolitics) แต่ต้นปี volatility สูงและอาจมี correction
HSBC:
คาดราคาพุ่งสูงสุด $5,050/oz ในครึ่งแรกของ 2026 (จาก geopolitical risks + rising debt) แต่ปีทั้งปี volatility สูง ช่วง H2 อาจ correction ลึก (range กว้าง $3,950 - $5,050) เฉลี่ยปี $4,587/oz และสิ้นปี $4,450/oz (ปรับลดเฉลี่ยเล็กน้อยจากก่อนหน้า เพราะเสี่ยง correction หลังขึ้นแรง)
J.P. Morgan:
มอง bullish แข็งแกร่ง คาดราคาพุ่งถึง $6,300/oz สิ้นปี 2026 (ปรับขึ้นแรงจากเดิม) จาก demand central bank (คาดซื้อ 800 ตัน) + นักลงทุน diversify ต่อเนื่อง ไม่หมดแรง (unexhausted trend) เฉลี่ย Q4 2026 ราว $5,055/oz และมี upside ถึง $6,000+ ยาวๆ ถ้า allocation เพิ่ม
Goldman Sachs:
ปรับ target สิ้นปี 2026 ขึ้นเป็น $5,400/oz (จากเดิม $4,900 เพิ่ม 10%) เน้น private-sector + emerging market central banks diversify เข้าสะสมทองคำต่อเนื่อง (hedge macro-policy risks เช่น fiscal sustainability, AI risks, debt) ถือว่า "sticky" ไม่ถอนตัวเร็ว ทำให้ฐานราคา 2026 สูงขึ้น มี upside risk เพิ่มหาก demand ยังคงแข็งแกร่ง
ทั้ง 3 สถาบันให้มุมมอง bullish แต่ JPMorgan aggressive ที่สุด (ถึง $6,300) ขณะที่ HSBC conservative กว่า (คาด correction H2) Goldman กลางๆ ที่ $5,400 สอดคล้องแนวโน้มโลกที่ทองคำยังเป็น hedge หลักในยุค uncertainty สูง
ตัวเลขเศรษฐกิจและข่าวที่ต้องติดตาม
- Nonfarm Payrolls / Unemployment Rate สหรัฐฯ + ISM PMIs (หากอ่อนแอ หนุนทองคำ Fed ผ่อนคลายเร็ว)
- ทิศทาง Fed (หลัง Kevin Warsh เข้ามา อาจ hawkish แต่ข้อมูลเศรษฐกิจแย่พลิกกลับ)
- Geopolitics (สหรัฐฯ-อิหร่าน, ความตึงเครียดอื่นๆ) + หนี้รัฐบาลโลก
- CPI/PCE สหรัฐฯ (เงินเฟ้อสูงกว่าคาด กดดอกเบี้ยลงช้า กดทองคำ)
- การเมืองไทย/เอเชีย ที่กระทบค่าเงินทางอ้อม
คำแนะนำเพิ่มเติมสายออม (มนุษย์เงินเดือน):
- ทองคำยังดีและไปต่อไได้เป็น asset ปลอดภัยใน volatility สูง แนะ DCA ทยอยซื้อสะสมตามสัดส่วนพอร์ต ไม่รอ bottom เพราะหลายธนาคารคาดถึง $5,400-$6,300 ได้ หลีกเลี่ยงซื้อก้อนใหญ่ตอนพุ่ง
- สายเทรด: Volatility สูงมาก ซื้อใกล้แนวรับ 4,900-4,950 USD / 74,000 บาท ขายทำกำไรใกล้ 5,000-5,100 หรือสูงกว่านั้นตาม target ธนาคาร ใช้ stop-loss เข้ม หลีกเลี่ยง leverage สูง เพราะ correction อาจมาแรง (ตาม HSBC)
แหล่งอ้างอิงสำคัญ
สมาคมค้าทองคำ (goldtraders.or.th)
Reuters, Kitco, CNBC, TheStreet, JPMorgan Insights, Goldman Sachs Research
Bloomberg, Investing.com สำหรับราคาเรียลไทม์และวิเคราะห์
ราคาผันผวนเร็ว ตรวจสอบราคาล่าสุดก่อนตัดสินใจเสมอ
อ่านบทวิเคราะห์ราคาทองย้อนหลังได้ที่นี่ 👉 รวมบทวิเคราะห์
📗อ่านบน Mebmarket
