อัปเดตสถานการณ์ราคาทองคำล่าสุด (05 มีนาคม 2569)
🟡ราคาทองคำไทยล่าสุด
(จากสมาคมค้าทองคำ ข้อมูลล่าสุดเวลา 10:38 น. ครั้งที่ 5)
ทองคำแท่ง 96.5% (ขายออก): บาทละ 77,450 บาท
ทองรูปพรรณ 96.5% (ขายออก): บาทละ 78,250 บาท (ฐานภาษีประมาณ 75,709 บาท)
ราคาเปิดตลาดเช้านี้ (ครั้งที่ 1 เวลา 9:04 น.) ปรับเพิ่มขึ้น 150 บาท จากราคาปิดเมื่อวาน ทำให้ทองแท่งขายออกเริ่มต้นที่ 77,350 บาท และทองรูปพรรณที่ 78,150 บาท ก่อนปรับเพิ่มต่อเนื่องเล็กน้อยในระหว่างวัน
ราคาทองไทยยังคงผันผวนสูงตามตลาดโลก แต่ช่วงนี้ปรับตัวขึ้นตามแรงซื้อ safe-haven
🌎ราคาทองคำโลก (Gold Spot / XAUUSD)
ราคาปัจจุบันอยู่บริเวณ 5,130-5,180 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (ข้อมูลใกล้เคียงล่าสุดจากตลาดฟิวเจอร์และ spot ประมาณ 5,135-5,140 ดอลลาร์)
ราคาโลกยังคงอยู่ในระดับสูงมาก (ใกล้หรือเหนือ 5,100-5,200 ดอลลาร์) หลังจากพุ่งแตะจุดสูงสุดใหม่ในช่วงต้นเดือนมีนาคมจากปัจจัย geopolitical
📊วิเคราะห์แนวรับ/แนวต้าน
- ราคาทองคำไทย:
แนวรับสำคัญ: 77,000-77,200 บาท (หากหลุดอาจลงต่อไปยัง 76,000-76,500 บาท)
แนวต้าน: 78,000-78,500 บาท (หากทะลุอาจพุ่งไป 79,000+ บาท ได้ หากแรงซื้อแรง)
- ราคาทองคำโลก (Gold Spot):
แนวรับหลัก: 5,100-5,050 ดอลลาร์ (ใกล้ 5,000 เป็น psychological support แข็งแกร่ง หากหลุดอาจลงแรง)
แนวต้าน: 5,200-5,300 ดอลลาร์ (หากทะลุอาจไปทดสอบ 5,400-5,500 ดอลลาร์ ตาม momentum bullish)
ภาพรวมแนวโน้มยัง bullish ในระยะกลาง-ยาว แต่ระยะสั้นผันผวนจากข่าวและ dollar strength
🔭อัพเดทไฮไลท์ตัวแปรล่าสุดที่กระทบราคาทอง
- สงคราม/ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง (โดยเฉพาะ US-Iran conflict): เป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันราคาทองพุ่งสูงสุดใหม่ในช่วงต้นเดือน มี.ค. เพราะนักลงทุนหันมาซื้อทองเป็น safe-haven ท่ามกลางความไม่แน่นอน geopolitical (การโจมตี การหยุดชะงัก supply chain ผ่าน Dubai ทำให้ physical gold demand พุ่ง)
- ความต้องการจากธนาคารกลางและนักลงทุนสถาบัน: ยังคงซื้อสะสมต่อเนื่อง สนับสนุนราคาให้สูงขึ้นแม้ตลาดผันผวน
- ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ และ อัตราดอกเบี้ย Fed: ดอลลาร์แข็งค่าบางช่วงกดราคาทอง แต่ปัจจัยสงครามยังครอบงำ
🧭ตัวเลขเศรษฐกิจและข่าวที่ต้องติดตามปัจจุบัน
- ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ: Nonfarm Payrolls (จ้างงานนอกภาคเกษตร), Unemployment Rate, CPI/Inflation (ล่าสุดตลาดยังจับตาผลกระทบจาก jobs data ก่อนหน้า และคาด Fed อาจคงดอกเบี้ยสูงนานขึ้นหากเศรษฐกิจแข็งแกร่ง)
- พัฒนาการความขัดแย้งตะวันออกกลาง: การขยายสงครามหรือการเจรจา (Trump ระบุอาจกินเวลา 4-5 สัปดาห์) หากยืดเยื้อ ทองอาจพุ่งต่อ
-
นโยบาย Fed และ global uncertainty: การคาดการณ์ rate cut ในปี 2569
(อาจช้าลงหากเศรษฐกิจดี)
📌คำแนะนำเพิ่มเติม
สายออม: ทองยังเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่ดีในช่วง uncertainty แบบนี้ แนะนำสะสมแบบ DCA (ทยอยซื้อ) ในราคาที่ไม่สูงเกินไป (เช่น รอ pullback ใกล้แนวรับ) เน้นทองแท่งหรือกองทุนทองเพื่อลดค่ากำเหน็จ อย่าซื้อหมดตัวเพราะราคาสูงมาก ควรกระจายความเสี่ยงกับหุ้น/พันธบัตร/เงินฝาก
สำหรับสายเทรด: ระวัง volatility สูงมาก ใช้ stop-loss ชัดเจน เน้นเทรดตามแนวรับ-ต้าน (long เมื่อยืนเหนือ 5,100 ดอลลาร์ หรือ 77,000 บาท) แต่ระวังข่าวฉับพลัน (เช่น escalation สงคราม) อาจทำให้ราคาพุ่ง/ร่วงแรง อย่า over-leverage
แหล่งอ้างอิงสำคัญ:
สมาคมค้าทองคำ (goldtraders.or.th) – ราคาทองไทยอย่างเป็นทางการ
เว็บไซต์ราคาทองและข่าว เช่น thairath.co.th/money, line today, khaosod
ตลาดโลก: gold.org, usagold.com, marketwatch.com, reuters (สำหรับ gold spot และ analysis)
ราคาทองเปลี่ยนแปลงเร็ว ควรเช็ค real-time ก่อนซื้อขายทุกครั้ง สุขภาพการเงินที่ดีคือการลงทุนอย่างมีสติค่ะ!
อ่านบทวิเคราะห์ราคาทองย้อนหลังได้ที่นี่ 👉 รวมบทวิเคราะห์
📗อ่านบน Mebmarket
