แนวโน้มราคาทองคำสัปดาห์หน้า 20 - 24 เมษายน 2569 หากหยุดยิงสหรัฐ-อิหร่านครบกำหนดปัจจุบัน
ปัจจุบันราคาทองคำโลก (Gold Spot) อยู่ที่ระดับประมาณ 4,830–4,870 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หลังจากปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในช่วงที่ผ่านมา โดยได้รับแรงหนุนจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
แม้จะมีข่าวการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่อาจนำไปสู่ข้อตกลงถาวรก็ตาม หากการหยุดยิงครบกำหนดและขยายเป็นข้อตกลงถาวร (หรือลดความตึงเครียดลงอย่างชัดเจน) ราคาทองคำโลกมีโอกาส ปรับตัวลดลงในระยะสั้น เพราะปัจจัยความเสี่ยงภัยสงคราม (war premium) และความกังวลเรื่องราคาน้ำมันจะลดลง ส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นบ้าง และลดแรงซื้อ safe-haven บางส่วน
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มระยะกลางยังคงเป็นขาขึ้น (bullish) จากการซื้อสะสมของธนาคารกลางทั่วโลก การกระจายความเสี่ยงพอร์ตโฟลิโอ และหนี้สาธารณะที่สูง
วิเคราะห์แนวรับ-แนวต้าน
ราคาทองคำโลก (Gold Spot)
- แนวต้านสำคัญ: 4,900–5,000 ดอลลาร์ (หากทะลุขึ้นไปได้ จะเปิดทางสู่ระดับสูงใหม่)
- แนวรับสำคัญ: 4,760–4,800 ดอลลาร์ (ใกล้ EMA50 และแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้น)
หากหลุดแนวรับนี้ อาจทดสอบระดับต่ำกว่า 4,650–4,700 ดอลลาร์
ราคาทองคำไทย
(ข้อมูลล่าสุดช่วงกลางเดือนเมษายน 2569)
- ทองคำแท่งขายออก: ประมาณ 72,900–73,100 บาทต่อบาททองคำ
- ทองรูปพรรณขายออก: ประมาณ 73,700–73,900 บาทต่อบาททองคำ
ราคาทองไทยจะเคลื่อนไหวตามราคาโลกเป็นหลัก โดยปรับตามอัตราแลกเปลี่ยนบาท-ดอลลาร์ หากราคาโลกปรับลด ราคาไทยมีโอกาสลดลง 200–500 บาทต่อบาททองคำในสัปดาห์หน้า (ขึ้นกับปัจจัยอื่น ๆ เช่น ค่าเงินบาท)
สรุปบทวิเคราะห์ภาพรวมจากธนาคารชั้นนำ (อัปเดตปี 2569)
ธนาคารใหญ่ยังคงมุมมอง bullish ต่อราคาทองคำในปีนี้ แม้จะมี volatility สูงจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์:
- J.P. Morgan: คาดราคาสิ้นปี 2569 ที่ 6,300 ดอลลาร์ (มุมมอง bullish ที่สุด) โดยเฉลี่ย Q4 ที่ประมาณ 5,055 ดอลลาร์ เน้นแรงซื้อจากธนาคารกลางและนักลงทุน
- Goldman Sachs: คาดราคาสิ้นปี 2569 ที่ 5,400 ดอลลาร์ (ปรับขึ้นจากเดิม) มองว่าการกระจายความเสี่ยงจากนักลงทุนเอกชนและธนาคารกลาง EM ยังคงแข็งแกร่ง
- HSBC: มุมมองระมัดระวังที่สุด คาดช่วงราคา 3,950–5,050 ดอลลาร์ (อาจพีค 5,000 ดอลลาร์ ใน H1) แล้วปรับลงปลายปีเป็นประมาณ 4,450 ดอลลาร์ หากความตึงเครียดลดลงหรือเฟดไม่ลดดอกเบี้ย
โดยรวม ธนาคารเหล่านี้เห็นพ้องกันว่าราคาทองคำยังมี upside ในระยะกลางจากปัจจัยโครงสร้าง (structural demand) แม้จะมีโอกาสปรับฐานหากสงครามคลี่คลาย
คำแนะนำ
- สายออม (ระยะยาว): ทองคำยังเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง (hedge) ที่ดีในยุคหนี้สูงและความไม่แน่นอน ควรสะสม DCA (Dollar-Cost Averaging) เมื่อราคาปรับลด โดยเฉพาะระดับใกล้แนวรับ 4,700–4,800 ดอลลาร์ หรือราคาไทยต่ำกว่า 72,000 บาท/บาททองคำ อย่าซื้อหมดหน้าตัก รอจังหวะเข้าสะสมแทน
- สายเทรด (ระยะสั้น): สัปดาห์หน้าต้องจับตาข่าวหยุดยิงสหรัฐ-อิหร่านอย่างใกล้ชิด หากข่าวดี (ขยายหยุดยิงถาวร) ราคาอาจมีแรงขายออก แนะนำขายทำกำไรหรือเปิด short ระยะสั้น หากข่าวร้าย (ตึงเครียดกลับมา) ราคาอาจเด้งขึ้น แนะนำซื้อตามแนวรับ แต่อย่า leverage สูง เพราะ volatility ยังสูง
ข้อควรระวัง: ราคาทองคำผันผวนง่ายจากข่าวใหญ่ที่มาไว ควรกระจายพอร์ต (ไม่เกิน 10–20% ในทองคำ) และติดตามค่าเงินบาท + ดอกเบี้ยเฟดด้วย
แหล่งอ้างอิงสำคัญ:
Reuters, Bloomberg, JPMorgan Global Research, Goldman Sachs Research, HSBC Research, Kitco, GoldPrice.org, สมาคมค้าทองคำ (ราคาไทย), และรายงานตลาดล่าสุดเดือนเมษายน 2569
บทความนี้เป็นเพียงข้อมูลเพื่ออัปเดตแนวโน้มทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนส่วนบุคคล โปรดศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและปรึกษาที่ปรึกษาการเงินก่อนตัดสินใจ
อ่านบทวิเคราะห์ราคาทองย้อนหลังได้ที่นี่ 👉 รวมบทวิเคราะห์
📗อ่านบน Mebmarket

