อัปเดตสถานการณ์ราคาทองคำล่าสุด (24 มิถุนายน 2569)
ราคาทองคำไทย
ทองแท่ง: รับซื้อ 64,400 บาท / ขายออก 64,600 บาท
ทองรูปพรรณ: รับซื้อประมาณ 63,111 บาท / ขายออก 65,400 บาท
(ราคาอาจปรับตามประกาศระหว่างวัน ตรวจสอบที่ www.goldtraders.or.th)
ราคาทองคำโลก (Gold Spot)
ประมาณ 4,080 – 4,100 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (ปรับลงจากจุดสูงสุดต้นปีที่เคยทะลุ 5,600 ดอลลาร์) ค่าเงินบาทอยู่ราว 33 บาทต่อดอลลาร์ ทำให้ราคาในประเทศยังทรงตัวในระดับสูงเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ลดลงจากจุดพีคช่วงต้นปี 2569 อย่างเห็นได้ชัด
วิเคราะห์แนวรับ-แนวต้าน
- ราคาทองคำไทย
แนวรับสำคัญ: 64,000 – 63,500 บาท (ถ้าหลุดอาจลงต่อ)
แนวต้าน: 65,000 – 65,500 บาท
- ราคาทองคำโลก (Gold Spot)
แนวรับสำคัญ: 4,000 – 4,050 ดอลลาร์ (จิตวิทยาแรง)
แนวต้าน: 4,150 – 4,200 ดอลลาร์
ตลาดตอนนี้อยู่ในโหมด “รอทิศทาง” หลังร่วงแรงจากปัจจัยดอกเบี้ยสหรัฐฯ
ปัจจัยหลักที่กระทบราคาทองคำล่าสุด
ราคาทองคำร่วงลงแรงในเดือนมิถุนายน เนื่องจาก:
- เฟด (Fed) มีท่าที hawkish (เข้มงวด) คาดการณ์ดอกเบี้ยอาจขึ้นหรือคงสูงนาน เพราะข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ แข็งแกร่ง (งานเยอะ เงินเฟ้อยังสูง) ทำให้เงินดอลลาร์แข็งและทองคำ (ซึ่งไม่มีดอกเบี้ย) น้อยน่าสนใจลง
- เงินเฟ้อและราคาน้ำมันยังมีความกังวลจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ (เช่น ความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่าน) แต่ยังไม่พอหนุนให้ทองขึ้นแรง
- ธนาคารกลางทั่วโลกยังซื้อทองสะสมต่อเนื่อง (โครงสร้างบวกระยะยาว) แต่แรงขายระยะสั้นจากนักลงทุนสถาบันมีมากกว่า
คาดการณ์จากสถาบันใหญ่
- Wells Fargo: คาดปี 2569 สิ้นปีอยู่ที่ 6,100–6,300 ดอลลาร์ (ยัง bullish มาก)
- Goldman Sachs และอื่นๆ: ปรับลดเหลือราว 4,900–5,400 ดอลลาร์ แต่ยังคาดว่าราคาจะฟื้นในช่วงหลัง
โดยรวมสถาบันส่วนใหญ่ยังมองบวกระยะกลาง-ยาว เพราะปัจจัยโครงสร้าง (ธนาคารกลางซื้อ, ความไม่แน่นอนโลก) ยังแข็งแกร่ง
ข่าวและตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
- ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ (PCE, CPI) และ PMI ภาคการผลิต/บริการ
- การประชุมธนาคารกลาง (Fed, ECB, BOJ) ที่อาจส่งสัญญาณดอกเบี้ย
- ความคืบหน้าเจรจา geopolitics (สหรัฐฯ-อิหร่าน ฯลฯ) ที่กระทบราคาน้ำมันและเงินเฟ้อ
- ข้อมูลการจ้างงานและ GDP สหรัฐฯ
- ถ้าตัวเลขเงินเฟ้อสูงกว่าคาด ทองอาจถูกกดดันต่อ ถ้าอ่อนตัวลงอาจรีบาวด์
คำแนะนำ
- สายออม (Long-term): ทองยังเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงที่ดีในยุคเศรษฐกิจไม่แน่นอน แนะนำ ทยอยซื้อ DCA (ซื้อสม่ำเสมอทุกเดือน) ไม่ต้องพยายามจับจุดต่ำสุด ถ้าราคาลงให้ซื้อเพิ่ม ถ้าขึ้นก็ถือต่อ เน้นทองแท่งหรือกองทุนทองคำ (Gold ETF) ที่สะดวกและต้นทุนต่ำกว่า
- มนุษย์เงินเดือน: อย่าเอาเงินทั้งหมดไปซื้อทอง ควรกระจายพอร์ต (หุ้น พันธบัตร เงินฝาก + ทอง 10-20%) เพื่อลดความเสี่ยง
- สายเทรด (Short-term): ตลาดผันผวนสูง ใช้ stop-loss เข้มงวด หลีกเลี่ยง leverage สูง ช่วงนี้แนวโน้มยัง sideway ลง (bearish bias) จนกว่าจะมีข่าวบวกชัดเจน
ราคาทองคำตอนนี้อยู่ในช่วงปรับฐานหลังพุ่งแรงต้นปี แต่พื้นฐานระยะยาวยังดี การออมทองแบบสม่ำเสมอเหมาะกับคนทั่วไปมากที่สุด
แหล่งอ้างอิงสำคัญ:
สมาคมค้าทองคำ (goldtraders.or.th)
TradingEconomics, Kitco, Reuters, Wells Fargo / Goldman Sachs reports
ข่าวเศรษฐกิจไทย (TNN, Thai PBS ฯลฯ)
ข้อมูล ณ วันที่ 24 มิถุนายน 2569 ราคาอาจเปลี่ยนแปลงเร็ว แนะนำตรวจสอบราคาเรียลไทม์ก่อนตัดสินใจทุกครั้ง!
อ่านบทวิเคราะห์ราคาทองย้อนหลังได้ที่นี่ 👉 รวมบทวิเคราะห์
📗อ่านบน Mebmarket
