อัปเดตสถานการณ์ราคาทองคำล่าสุด (15 พฤษภาคม 2569)
ราคาทองคำไทยและโลกปรับตัวลดลงแรงในวันนี้ ตามแรงกดดันจากดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า ผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) สูงขึ้น และบรรยากาศการเจรจาระหว่างมหาอำนาจที่ลดความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ชั่วคราว
ราคาทองคำไทยล่าสุด
(จากสมาคมค้าทองคำ ครั้งที่ 41 เวลา 16.25 น.)
- ทองคำแท่ง 96.5%: รับซื้อ 70,250 บาท / ขายออก 70,450 บาท (ปรับลด -1500 บาท)
- ทองรูปพรรณ 96.5%: รับซื้อ 68,841.56 บาท / ขายออก 71,250 บาท (ปรับลดแรง)
ราคาลดลงต่อเนื่องจากวันก่อนหน้า สะท้อนแรงขายในตลาดภายในประเทศ
ราคาทองคำโลก (Gold Spot)
ประมาณ 4,545 – 4,654 USD/ออนซ์ (เคลื่อนไหวในขาลงระยะสั้น)
ราคาลดลงต่อเนื่องจากแรงกดดันดอลลาร์และ Bond Yield
แนวโน้มระยะสั้น: ราคายังอยู่ในโหมดพักฐาน/ปรับฐาน หลังจากขึ้นแรงมาก่อนหน้า แนวรับสำคัญใกล้ 70,000-71,000 บาท (ไทย) และ 4,500-4,580 USD (โลก)
วิเคราะห์แนวรับ-แนวต้าน
ราคาทองคำไทย
- แนวรับสำคัญ: 70,000-70,850 บาท
- แนวต้าน: 71,500-71,650 บาท (และสูงกว่านั้นที่ 72,000+)
ราคาทองคำโลก (Gold Spot)
- แนวรับสำคัญ: 4,500-4,585-4,600 USD (จุดชี้ชะตา หากหลุดอาจปรับฐานลึก)
- แนวต้าน: 4,640-4,665 USD (และ 4,730-4,750 USD)
ภาพรวมระยะสั้นยังอยู่ในโหมดพักฐาน/แกว่งตัวในกรอบ แนะนำสวิงเทรด (ซื้อใกล้แนวรับ และรอขายที่แนวต้าน) และเฝ้าระวังการยืนเหนือ 4,500 USD
ไฮไลท์ตัวแปรล่าสุดที่กระทบราคาทองคำวันนี้
- เงินเฟ้อสหรัฐฯ ร้อนแรง: CPI และ PPI สูงกว่าคาด ทำให้ตลาดลดคาดหวังการลดดอกเบี้ย Fed และกังวล Fed ภายใต้ผู้นำใหม่ (Kevin Warsh) อาจคงดอกเบี้ยสูงนานขึ้น → ดอลลาร์และ Bond Yield แข็งค่า กดทองคำลง
- การเจรจาสหรัฐฯ-จีน/มหาอำนาจ: บรรยากาศเชิงบวก (Trump-Xi) ลดความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ → ลดแรงซื้อ Safe Haven
- กระแสหุ้น AI และ Risk-on: เงินไหลไปตลาดหุ้น (S&P 500 ทำจุดสูง) ทำให้นักลงทุนลดน้ำหนักทองคำ
- ปัจจัยบวกรอง: ความไม่แน่นอนสงครามการค้าและตะวันออกกลาง (ช่องแคบฮอร์มุซ) ยังพยุงราคา
ตัวเลขเศรษฐกิจและข่าวที่ต้องติดตาม
- ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ เพิ่มเติม (เช่น ยอดค้าปลีก, การจ้างงาน) ที่อาจยืนยันภาพเงินเฟ้อดื้อรั้น
- การประชุมหรือแถลงการณ์ Fed และทิศทางนโยบายดอกเบี้ย
- ความคืบหน้าการเจรจาทรัมป์-สี จิ้นผิง และสถานการณ์น้ำมันโลก (หากราคาน้ำมันพุ่งจะหนุนเงินเฟ้อและทองคำ)
- ภาษีนำเข้าทองคำในประเทศต่าง ๆ (เช่น อินเดียขึ้นเป็น 15%) ที่กระทบ demand ทางกายภาพ
คำแนะนำ
- สายออม: ทองคำยังเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง (Inflation Hedge) ระยะยาวดี โดยเฉพาะในยุคเงินเฟ้อและความไม่แน่นอน ทยอยสะสมเมื่อราคาลงใกล้แนวรับ (70,000+ บาท หรือ Spot ใกล้ 4,500 USD) อย่าไล่ซื้อตอนราคาพุ่ง เน้น DCA (Dollar Cost Averaging) และเก็บระยะ 1-3 ปีขึ้นไป
- สายเทรด: ใช้กรอบแนวรับ-ต้านชัดเจน เทรดในกรอบสำหรับระยะสั้น ควบคุมความเสี่ยงด้วยความระมัดระวัง (Stop Loss หากหลุด 4,500 USD หรือ 70,000 บาท) หลีกเลี่ยงการถือยาวในช่วง volatility สูง
- โดยรวม: ราคาทองคำยังมีแนวโน้มบวกระยะกลาง-ยาวจากนักวิเคราะห์สถาบัน (คาดปี 2569 ใกล้ 5,000 USD+) แต่ระยะสั้นระวังแรงกดดันจากดอกเบี้ยและดอลลาร์
แหล่งอ้างอิงสำคัญ:
สมาคมค้าทองคำ (goldtraders.or.th), GoldPrice.org, InterGold, YLG Bullion, Kitco, Reuters และรายงานสถาบันการเงินชั้นนำ
อ่านบทวิเคราะห์ราคาทองย้อนหลังได้ที่นี่ 👉 รวมบทวิเคราะห์
📗อ่านบน Mebmarket