อัปเดตสถานการณ์ราคาทองคำล่าสุด (07 สิงหาคม 2026)
อัปเดตสถานการณ์ทองคำ 7 สิงหาคม 2569: ทองโลกพุ่งแรง จับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐคืนนี้
ราคาทองคำกลับมาเป็นสินทรัพย์ที่โดดเด่นในสัปดาห์นี้ หลัง Gold Spot ปรับตัวขึ้นแรงกว่า 6% ในรอบสัปดาห์ และมีโอกาสทำผลงานรายสัปดาห์ดีที่สุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของมุมมองต่อนโยบายดอกเบี้ยสหรัฐและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
ราคาทองคำล่าสุด
ณ เวลา 16:45 น. วันที่ 7 สิงหาคม 2569 สมาคมค้าทองคำประกาศราคาครั้งที่ 27 ดังนี้
ทองคำแท่ง 96.5%
รับซื้อ 67,250 บาท/บาททองคำ
ขายออก 67,450 บาท/บาททองคำ
ทองรูปพรรณ 96.5%
ฐานภาษี 65,900.52 บาท
ขายออก 68,250 บาท
Gold Spot ที่สมาคมค้าทองคำใช้อ้างอิงอยู่บริเวณ 4,315 ดอลลาร์/ออนซ์ ขณะที่เงินบาทอยู่ประมาณ 33.06 บาท/ดอลลาร์
ตลาดโลกในช่วงเย็นของไทยยังเคลื่อนไหวบริเวณ 4,300 ดอลลาร์ โดยระหว่างวัน Gold Spot ขึ้นไปทดสอบบริเวณ 4,320 ดอลลาร์แล้ว
แนวรับ–แนวต้านที่น่าจับตา
Gold Spot
แนวรับ: 4,280 / 4,250 / 4,220 ดอลลาร์
แนวต้าน: 4,320 / 4,350 / 4,400 ดอลลาร์
ภาพระยะสั้นยังเป็นบวกหลังราคาปรับขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่บริเวณ 4,320–4,350 ดอลลาร์ถือเป็นโซนสำคัญ หากผ่านได้มีโอกาสเปิดทางขึ้นทดสอบ 4,400 ดอลลาร์ ขณะที่การหลุด 4,250 ดอลลาร์อาจทำให้เกิดแรงขายทำกำไรและการพักฐานระยะสั้น
ทองคำแท่งไทย 96.5%
แนวรับ: 67,000 / 66,700 บาท
แนวต้าน: 67,500 / 68,000 บาท
ทองไทยวันนี้ขึ้นตามตลาดโลกอย่างชัดเจน แต่เงินบาทแข็งค่าจากประมาณ 33.12 บาท/ดอลลาร์ช่วงเช้า มาแถว 33.06 บาท/ดอลลาร์ช่วงบ่าย จึงช่วยหักล้างการขึ้นของ Gold Spot บางส่วน
ปัจจัยสำคัญที่กำลังขับเคลื่อนราคาทอง
ปัจจัยบวกสำคัญในสัปดาห์นี้มาจากตลาดที่ลดความคาดหวังว่า Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน โดย Reuters รายงานว่าความน่าจะเป็นที่ตลาดให้น้ำหนักต่อการขึ้นดอกเบี้ยลดลงเหลือประมาณ 55% จาก 67% ก่อนหน้านี้ ส่งผลดีต่อทองซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
ขณะเดียวกัน ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ยังไม่หมดไป โดยตลาดยังติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลางและความเคลื่อนไหวในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งสามารถสร้างแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยได้หากสถานการณ์กลับมาตึงเครียดมากขึ้น
อีกตัวแปรที่คนไทยต้องติดตามควบคู่กับ Gold Spot คือ ค่าเงินบาท เพราะแม้ทองโลกจะขึ้น แต่หากเงินบาทแข็งเร็ว ราคาทองไทยอาจขึ้นน้อยกว่าทองโลกได้
คืนนี้สำคัญ: จับตาตลาดแรงงานสหรัฐ
คืนนี้เวลา 19:30 น. ตามเวลาไทย สหรัฐจะประกาศ Employment Situation เดือนกรกฎาคม ซึ่งรวมถึงตัวเลข Nonfarm Payrolls และอัตราการว่างงาน โดยตลาดคาดการณ์การจ้างงานเพิ่มประมาณ 80,000 ตำแหน่ง และอัตราว่างงานประมาณ 4.2%
ตัวเลขที่ออกมาอ่อนแอกว่าคาด อาจลดแรงกดดันเรื่องดอกเบี้ยและเป็นบวกต่อทอง ในทางกลับกัน หากตลาดแรงงานแข็งแกร่งกว่าคาดมาก อัตราผลตอบแทนพันธบัตรและดอลลาร์อาจปรับขึ้น ซึ่งอาจทำให้ทองถูกขายทำกำไร
หลังจากนั้น ตัวเลขสำคัญที่ต้องติดตามต่อ ได้แก่ CPI เดือนกรกฎาคม วันที่ 12 สิงหาคม, PPI วันที่ 13 สิงหาคม และการประชุม FOMC วันที่ 15–16 กันยายน 2569
แล้วมนุษย์เงินเดือนควรทำอย่างไร?
สายออมทองระยะยาว
ราคาปัจจุบันอยู่ในระดับสูงและเพิ่งปรับขึ้นแรง
จึงไม่จำเป็นต้องรีบซื้อก้อนใหญ่ การแบ่งเงินออมเป็นงวดหรือ DCA
จะช่วยลดความเสี่ยงจากการเข้าซื้อผิดจังหวะ
และควรกำหนดสัดส่วนทองให้เหมาะสมกับสินทรัพย์อื่นในพอร์ตด้วย
สายเทรด
ช่วงนี้ต้องระวังการไล่ราคา เพราะ Gold Spot
ขึ้นมากกว่า 6%
ภายในสัปดาห์เดียวและคืนนี้ยังมีตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐซึ่งอาจทำให้ราคาเหวี่ยงแรง
ควรกำหนดจุดตัดขาดทุนและขนาดเงินต่อไม้ให้ชัดเจน โดยเฉพาะบริเวณแนวต้าน
4,320–4,350 ดอลลาร์
สำหรับคนที่มีทองอยู่แล้ว
แนวโน้มระยะสั้นยังแข็งแรง
จึงอาจใช้วิธีถือต่อและทยอยขายบางส่วนเมื่อราคาขึ้นทดสอบแนวต้าน
แทนการตัดสินใจขายทั้งหมดในครั้งเดียว
สิ่งสำคัญคือ อย่ามองเฉพาะว่า “ทองกำลังขึ้น” แต่ควรดูพร้อมกันทั้ง Gold Spot – ค่าเงินบาท – ดอลลาร์ – ดอกเบี้ย Fed – ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ – ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ เพราะตัวแปรเหล่านี้สามารถเปลี่ยนทิศทางราคาได้อย่างรวดเร็ว
บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลและการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำในการซื้อขายหรือลงทุน ผู้ลงทุนควรพิจารณาความเสี่ยงและสถานะทางการเงินของตนเองก่อนตัดสินใจ
แหล่งอ้างอิงสำคัญ
สมาคมค้าทองคำ (Gold Traders Association) — ราคาทองคำไทยและ Gold Spot อ้างอิง
Kitco – Gold Price — ราคาทองคำตลาดโลก
U.S. Bureau of Labor Statistics – Economic Release Calendar — ปฏิทินตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ
Federal Reserve – FOMC Calendar — ตารางการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ
Reuters — ข่าวเศรษฐกิจ ตลาดการเงิน และปัจจัยที่มีผลต่อราคาทองคำ
อ่านบทวิเคราะห์ราคาทองย้อนหลังได้ที่นี่ 👉 รวมบทวิเคราะห์
📗อ่านบน Mebmarket