อัปเดตสถานการณ์ราคาทองคำล่าสุด (14 สิงหาคม 2569)
อัปเดตทองคำ 14 สิงหาคม 2569: Gold Spot พักฐานหลังขึ้นแรง จับตาแนวรับ 4,300 ดอลลาร์
ราคาทองคำโลกปรับตัวลงในเช้าวันที่ 14 สิงหาคม 2569 หลังจากก่อนหน้านี้พุ่งขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบกว่า 2 เดือน ขณะที่ราคาทองคำไทยเปิดตลาดปรับลงแรง ก่อนเริ่มฟื้นตัวเล็กน้อยระหว่างช่วงเช้า
ราคาทองคำล่าสุด
อ้างอิงประกาศ สมาคมค้าทองคำ ครั้งที่ 4 เวลา 10.35 น.
ทองคำแท่ง 96.5%
-
รับซื้อ 67,850 บาท/บาททองคำ
-
ขายออก 68,050 บาท/บาททองคำ
-
Gold Spot อ้างอิง 4,326 ดอลลาร์/ออนซ์
-
ค่าเงินบาทประมาณ 33.21 บาท/ดอลลาร์
ราคาทองไทยเปิดตลาดครั้งแรกที่ 68,000 บาท ลดลงถึง 750 บาทจากวันก่อน ก่อนมีการปรับราคาหลายครั้งและฟื้นขึ้นมาเล็กน้อยในช่วงสาย
ด้านตลาดโลก Reuters รายงานว่า Spot Gold อยู่บริเวณ 4,326.75 ดอลลาร์/ออนซ์ ลดลงประมาณ 0.5% และมีแนวโน้มปิดสัปดาห์ในแดนลบ หลังนักลงทุนขายทำกำไรจากการขึ้นแรงในช่วงก่อนหน้า
แนวรับ–แนวต้าน Gold Spot
หลัง Gold Spot ขึ้นไปทำจุดสูงสุดบริเวณ 4,449 ดอลลาร์ ก่อนถูกขายลงแรง ภาพระยะสั้นจึงเข้าสู่ช่วงพักฐาน โดยโซน 4,300 ดอลลาร์กลายเป็นแนวรับสำคัญที่ต้องจับตา
แนวรับ
-
4,300–4,285 ดอลลาร์ — แนวรับแรก
-
4,230–4,250 ดอลลาร์ — แนวรับถัดไป
-
4,180–4,200 ดอลลาร์ — แนวรับสำคัญหากเกิดการปรับฐานลึก
แนวต้าน
-
4,350–4,385 ดอลลาร์ — แนวต้านแรก
-
4,400 ดอลลาร์ — แนวต้านจิตวิทยาสำคัญ
-
4,445–4,450 ดอลลาร์ — บริเวณยอดเดิม
ในระยะสั้น หากราคายังไม่สามารถกลับขึ้นยืนเหนือ 4,350–4,400 ดอลลาร์ได้ การเคลื่อนไหวอาจยังเป็นลักษณะพักฐาน แต่หากทะลุ 4,450 ดอลลาร์ได้อย่างมั่นคง จะเป็นสัญญาณบวกต่อรอบขาขึ้นอีกครั้ง
แนวรับ–แนวต้านทองคำไทย
แนวรับ
-
67,500–67,800 บาท
-
67,000 บาท
แนวต้าน
-
68,300–68,500 บาท
-
69,000 บาท
สำหรับทองไทยต้องติดตาม ค่าเงินบาทควบคู่กับ Gold Spot เนื่องจากเงินบาทที่แข็งค่าจะกดราคาทองไทย ในขณะที่เงินบาทอ่อนค่าจะช่วยพยุงราคาได้ แม้ Gold Spot จะเคลื่อนไหวไม่มาก
ไฮไลท์สำคัญที่กระทบราคาทองขณะนี้
1. ทองถูกขายทำกำไรหลังขึ้นแรง
Gold Spot เคยขึ้นแตะประมาณ 4,449 ดอลลาร์ ในวันที่ 13 สิงหาคม ก่อนเกิดแรงขายทำกำไร โดยราคาทองเพิ่มขึ้นมาราว 9% ในช่วงสัปดาห์ก่อนหน้า ทำให้บริเวณใกล้ 4,500 ดอลลาร์มีแรงขายออกมาค่อนข้างมาก
2. เงินเฟ้อสหรัฐฯ อ่อนลง ช่วยลดแรงกดดันจาก Fed
CPI เดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้นเพียง 0.1% MoM และ 3.4% YoY ลดลงจาก 3.5% ในเดือนก่อน ขณะที่ Core CPI เพิ่ม 0.2% MoM และ 2.5% YoY สะท้อนว่าแรงกดดันเงินเฟ้อเริ่มผ่อนคลายลง
ด้าน PPI เดือนกรกฎาคม ไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนก่อน (0.0%) ขณะที่ราคาสินค้าฝั่งผู้ผลิตลดลง 0.7% แต่ราคาบริการเพิ่มขึ้น 0.2%
ตัวเลขเหล่านี้ทำให้ตลาดลดความคาดหวังว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน ซึ่งโดยหลักแล้วเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำ เนื่องจากทองเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
3. ตลาดแรงงานสหรัฐฯ อ่อนแอกว่าคาด
ก่อนหน้านี้ Nonfarm Payrolls เดือนกรกฎาคมลดลง 23,000 ตำแหน่ง สวนทางกับที่ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 80,000 ตำแหน่ง ทำให้ความคาดหวังเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ลดลงอย่างมาก และเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผลักดันทองขึ้นแรงในช่วงต้นเดือนสิงหาคม
4. ความเสี่ยงสหรัฐฯ–อิหร่านยังไม่จบ
สถานการณ์ตะวันออกกลางยังเป็นตัวแปรสำคัญ โดยเฉพาะความตึงเครียดเกี่ยวกับ ช่องแคบฮอร์มุซ และความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
ปัจจัยนี้มีผลต่อทองสองด้าน คือช่วยเพิ่มความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย แต่หากความขัดแย้งผลักดันราคาน้ำมันขึ้นแรง ก็อาจสร้างความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและดอกเบี้ย ซึ่งกลับมากดดันทองได้เช่นกัน
5. ธนาคารกลางยังเป็นแรงซื้อระยะยาว
แรงซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลกยังเป็นปัจจัยสนับสนุนทองในภาพใหญ่ โดย Reuters รายงานว่าการซื้อทองของธนาคารกลางในไตรมาส 2 อยู่ที่ประมาณ 289 ตัน ซึ่งเป็นระดับสูงมาก และจีนเพิ่มทองสำรองอีกประมาณ 20 ตันในเดือนกรกฎาคม
คืนนี้มีอะไรต้องติดตาม?
คืนวันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม ตลาดยังมีตัวเลขสำคัญจากสหรัฐฯ โดยเฉพาะ
Retail Sales เดือนกรกฎาคม — 19.30 น. เวลาไทย
เป็นตัวเลขสำคัญสำหรับประเมินความแข็งแรงของผู้บริโภคและเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดย Census Bureau กำหนดประกาศเวลา 8.30 น. ET
นอกจากนี้ยังมี Business Inventories และดัชนี Consumer Sentiment ของ University of Michigan ซึ่งตลาดจะใช้ประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อเพิ่มเติม
หาก Retail Sales อ่อนกว่าคาด → อาจลดแรงกดดันต่อ Fed และเป็นบวกต่อทอง
หาก Retail Sales แข็งกว่าคาดมาก → ดอลลาร์และ Bond Yield อาจปรับขึ้น และสร้างแรงกดดันต่อ Gold Spot
มนุษย์เงินเดือนควรทำอย่างไร?
สายออมทอง
หลังจากทองขึ้นแรงแล้วกำลังพักฐาน ไม่จำเป็นต้องรีบซื้อเต็มจำนวนในครั้งเดียว
สำหรับผู้ที่ออมระยะยาว การแบ่งเงินทยอยซื้อ เช่น 3–5 ไม้ หรือ DCA ตามรอบเงินเดือน จะช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนระยะสั้นได้ดีกว่า
โดยเฉพาะช่วงที่ Gold Spot เคลื่อนไหวระหว่าง 4,300–4,450 ดอลลาร์ การรอซื้อเมื่อราคาย่อตัวมีความเสี่ยงน้อยกว่าการไล่ซื้อเมื่อราคากลับขึ้นแรง
สายเทรด
ระยะสั้นควรจับตา 4,300 ดอลลาร์ เป็นพิเศษ
หาก 4,300–4,285 ดอลลาร์รับอยู่และเกิดแรงซื้อกลับ มีโอกาสรีบาวด์ไปทดสอบ 4,350–4,400 ดอลลาร์อีกครั้ง
แต่หากหลุด 4,285 ดอลลาร์อย่างชัดเจน ควรระวังการพักฐานลงไปบริเวณ 4,230–4,250 ดอลลาร์
สำหรับทองไทย บริเวณ 67,500–67,800 บาท เป็นโซนที่น่าจับตา แต่ผู้เทรดไม่ควรดู Gold Spot เพียงอย่างเดียว ต้องติดตาม USD/THB พร้อมกันด้วย
สรุป
ทองคำวันที่ 14 สิงหาคม 2569 อยู่ในช่วง พักฐานหลังจากขึ้นแรง มากกว่าจะเป็นการเสียแนวโน้มระยะกลางในทันที
ปัจจัยพื้นฐานหลายด้านยังสนับสนุนทอง ทั้งเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่เริ่มผ่อนคลาย ตลาดแรงงานที่อ่อนแอ ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ และแรงซื้อจากธนาคารกลาง แต่ในระยะสั้นราคาที่ขึ้นมาเร็วทำให้แรงขายทำกำไรมีน้ำหนักมากขึ้น
ดังนั้น สายออมไม่จำเป็นต้องกลัวตกรถและไม่ควรทุ่มซื้อครั้งเดียว ส่วนสายเทรดควรรอจังหวะบริเวณแนวรับมากกว่าการไล่ราคา
คืนนี้ Retail Sales สหรัฐฯ จะเป็นตัวแปรสำคัญอีกตัวที่อาจกำหนดว่าทองจะสามารถรักษาแนว 4,300 ดอลลาร์และเริ่มฟื้นตัว หรือจะพักฐานต่อในสัปดาห์หน้า
แหล่งอ้างอิงสำคัญ
-
สมาคมค้าทองคำ (Gold Traders Association) — ราคาทองคำไทยและ Gold Spot อ้างอิง
-
Reuters — Gold Market — ข่าวและสถานการณ์ตลาดทองคำโลกประจำวันที่ 14 สิงหาคม 2569
-
U.S. Bureau of Labor Statistics — CPI — ข้อมูลเงินเฟ้อผู้บริโภคสหรัฐฯ
-
U.S. Bureau of Labor Statistics — PPI — ข้อมูลเงินเฟ้อผู้ผลิตสหรัฐฯ
-
U.S. Census Bureau — Economic Indicators — กำหนดการ Retail Sales และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ
ข้อมูลราคาอ้างอิงช่วงเช้าวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ราคาทองคำและอัตราแลกเปลี่ยนสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดวัน บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุนเฉพาะบุคคล
อ่านบทวิเคราะห์ราคาทองย้อนหลังได้ที่นี่ 👉 รวมบทวิเคราะห์
📗อ่านบน Mebmarket