อัปเดตสถานการณ์ราคาทองคำล่าสุด (27 กรกฎาคม 2569)
ราคาทองคำไทย
- ทองคำแท่ง 96.5%: รับซื้อประมาณ 64,800–64,850 บาท/บาททองคำ | ขายออกประมาณ 65,000–65,050 บาท/บาททองคำ
- ทองรูปพรรณ 96.5%: ขายออกประมาณ 65,800–65,850 บาท/บาททองคำ (ฐานภาษีราว 63,500 บาท)
ราคาเปิดตลาดเช้าขึ้นแรงราว +350 บาท ก่อนปรับลดลงเล็กน้อยหลายครั้งตามการเคลื่อนไหวของตลาดโลกและค่าเงินบาท (USD/THB ราว 33.54–33.56)
ราคาทองคำโลก (Gold Spot / XAUUSD)
อยู่ที่ประมาณ 4,090–4,105 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (อ้างอิงจากประกาศสมาคมฯ ราว 4,090–4,097 ดอลลาร์ และแหล่งตลาดสดอื่นๆ) ปรับตัวฟื้นตัวจากช่วงก่อนหน้า แต่ยังอยู่ในกรอบแกว่ง
วิเคราะห์แนวรับ-แนวต้าน
ราคาทองคำไทย (บาททองคำ 96.5%)
- แนวรับสำคัญ: ราว 64,700–65,000 บาท
- แนวต้านสำคัญ: ราว 65,600–65,850 บาท
ราคาแกว่งในกรอบหลังเปิดตลาดแรง แล้วปรับฐานตามทองโลกและค่าเงินบาท
ราคาทองคำโลก (Gold Spot)
- แนวรับสำคัญ: ราว 4,050–4,080 ดอลลาร์ (แนวรับจิตวิทยา 4,000 ดอลลาร์ยังเป็นจุดเฝ้าระวังระยะกลาง)
- แนวต้านสำคัญ: ราว 4,114–4,165 ดอลลาร์ (และสูงขึ้นไปที่ 4,200 ขึ้นไปหากทะลุ)
จากมุมมองทางเทคนิคหลายแหล่ง ราคาอยู่ในช่วง consolidation/sideways หลังฟื้นตัว โดยมีแรงซื้อที่แนวรับและแรงขายทำกำไรใกล้แนวต้าน
หมายเหตุ: ระดับเหล่านี้เป็นการสังเคราะห์จากข้อมูลตลาดและบทวิเคราะห์ทั่วไป อาจเปลี่ยนแปลงตามข่าวสารและสภาพตลาดจริง ควรติดตามกราฟสดเพิ่มเติม
ไฮไลท์ตัวแปรล่าสุดที่กระทบราคาทอง
ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนราคาในช่วงนี้ ได้แก่:
- ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน และการปะทะในตะวันออกกลาง (รวมถึงผลกระทบต่อเส้นทางเดินเรือและน้ำมัน) ทำให้เกิดแรงซื้อ safe-haven เป็นช่วงๆ แต่ถูกหักล้างด้วยผลข้างเคียงอื่นๆ
- ราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้น กดดันเงินเฟ้อและเพิ่มโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะดำเนินนโยบายเข้มงวดมากขึ้น
- ค่าเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่แข็งแกร่ง เพิ่มต้นทุนโอกาสของการถือทองคำ (ซึ่งไม่มีดอกเบี้ย)
- ความต้องการจากธนาคารกลางทั่วโลกและดีมานด์ในเอเชีย ยังเป็นปัจจัยหนุนระยะยาว
- ราคาทองโดยรวมยังได้รับแรงกดดันจากมุมมอง “ดอกเบี้ยสูงนานขึ้น” แม้มีแรงซื้อจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์
ตัวเลขเศรษฐกิจและข่าวที่ต้องติดตาม
สัปดาห์นี้เป็นช่วงสำคัญ โดยเฉพาะ:
- การประชุม FOMC ของ Fed (28–29 ก.ค. 2569) ประกาศผลการตัดสินใจอัตราดอกเบี้ยวันพุธที่ 29 ก.ค. (คาดว่าคงอัตราไว้ แต่จับตาถ้อยแถลงและแนวโน้มเงินเฟ้อ/นโยบาย)
- ตัวเลข PCE (ตัวชี้วัดเงินเฟ้อที่ Fed ให้ความสำคัญ), GDP ไตรมาส 2, Consumer Confidence และข้อมูลแรงงานที่เกี่ยวข้อง
- ความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันและสถานการณ์ตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด
- ค่าเงินบาทและทิศทางดอลลาร์
ข่าวเหล่านี้มีโอกาสทำให้ราคาทองผันผวนสูง
คำแนะนำเพิ่มเติม
ทองคำยังเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงและกระจายพอร์ตได้ดี แนะนำทยอยซื้อเมื่อราคาปรับฐานใกล้แนวรับ (Dollar-Cost Averaging) อย่าไล่ราคาช่วงขึ้นแรง และจัดสัดส่วนไม่เกินที่รับความเสี่ยงได้ (เช่น 5–15% ของพอร์ต) เก็บเป็นทองคำแท่งหรือกองทุนทองเพื่อลดค่าพรีเมียม
สายเทรด (ระยะสั้น)
จับจังหวะตามแนวรับ-แนวต้าน ใช้ stop-loss อย่างเคร่งครัด เพราะความผันผวนสูงรอบข่าว Fed และภูมิรัฐศาสตร์ หลีกเลี่ยงการเทรดด้วยเลเวอเรจสูงหากยังไม่มีประสบการณ์ ติดตามกราฟเทคนิคและข่าวแบบ real-time
ทั้งสองสายควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมด้วยตนเอง และไม่ลงทุนด้วยเงินที่จำเป็นต้องใช้
แหล่งอ้างอิงสำคัญ
สมาคมค้าทองคำ (goldtraders.or.th) – ราคาทางการไทย
แหล่งตลาดโลก: Kitco, Investing.com, Bloomberg สำหรับ Gold Spot และข่าว
ปฏิทินเศรษฐกิจ: Investing.com หรือแหล่งธนาคารกลางสหรัฐ
บทวิเคราะห์เทคนิคจากโบรกเกอร์และสื่อการเงินต่างๆ
ราคาทองเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ข้อมูลข้างต้นเป็นสรุป ณ ช่วงวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ควรตรวจสอบอัปเดตล่าสุดก่อนตัดสินใจลงทุนเสมอ ทองคำเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยง โปรดพิจารณาอย่างรอบคอบ!
อ่านบทวิเคราะห์ราคาทองย้อนหลังได้ที่นี่ 👉 รวมบทวิเคราะห์
📗อ่านบน Mebmarket