อัปเดตสถานการณ์ราคาทองคำล่าสุด (11 กุมภาพันธ์ 2569)
ราคาทองคำในปัจจุบัน (11 กุมภาพันธ์ 2569) ยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง
โดยได้รับแรงหนุนจากปัจจัยทางเศรษฐกิจโลกและความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย
🟡ราคาทองคำไทยล่าสุด (จากสมาคมค้าทองคำ ประกาศครั้งแรกของวัน):
ทองคำแท่ง 96.5%
รับซื้อบาทละ
74,300 บาท
ขายออกบาทละ 74,500 บาท (ปรับขึ้น 100 บาท
จากราคาปิดก่อนหน้า)
ทองรูปพรรณ 96.5%
รับซื้อบาทละประมาณ 72,813 บาท ขายออกบาทละ 75,300 บาท
🟡ราคาทองคำโลก (Gold Spot)
อยู่ที่ประมาณ 5,040-5,045 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (มีการเคลื่อนไหวใกล้เคียงระดับ
5,000-5,050 ดอลลาร์
โดยล่าสุดเห็นการปรับตัวขึ้นเล็กน้อย)
📈วิเคราะห์แนวรับ/แนวต้าน
ราคาทองคำไทย:
แนวรับสำคัญ อยู่บริเวณ 74,000-74,200 บาท (หากย่อตัว)
และแนวรับลึกกว่านั้นอาจลงไปทดสอบ 73,000-73,500 บาท
แนวต้าน ใกล้เคียง
74,800-75,000 บาท (หากทะลุขึ้นได้อาจเร่งไป 75,500+ บาท) การปรับขึ้น 100
บาทวันนี้แสดงถึงโมเมนตัมขาขึ้นระยะสั้น
แต่ต้องระวังแรงขายทำกำไรหากโลกผันผวน
ราคาทองคำโลก (Gold Spot):
แนวรับหลักบริเวณ 4,900-5,000 ดอลลาร์ (จิตวิทยา 5,000
เป็นแนวรับแข็งแกร่ง)
และแนวรับลึกกว่า 4,800-4,900 ดอลลาร์ หรือต่ำลงไปที่ 4,650
(Fibonacci retracement)
แนวต้านใกล้เคียง 5,100-5,200 ดอลลาร์
หากทะลุขึ้นอาจมุ่งสู่ 5,300+
แต่หากไม่ผ่าน 5,000 อาจย่อตัวลงก่อน
ตัวเลขเศรษฐกิจและข่าวที่ต้องติดตามปัจจุบัน
- สัปดาห์นี้ตลาดจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจส่งผลต่อดอลลาร์และอัตราดอกเบี้ย Fed: รายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) และอัตราการว่างงาน (คาดการณ์อ่อนแออาจหนุนทองคำ)
- ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และข้อมูลเงินเฟ้ออื่นๆ
- ข้อมูลการค้าปลีกและยอดหนี้ค้างชำระผู้บริโภค (ล่าสุดสูงสุดในรอบเกือบ 10 ปี สะท้อนเศรษฐกิจสองขั้ว)
- ปัจจัยอื่น: ความผันผวนจากนโยบายภาษีศุลกากรสหรัฐฯ ความกังวลหนี้สาธารณะ และการซื้อสะสมของธนาคารกลางทั่วโลกยังหนุนทองคำระยะยาว
🏦สรุปบทวิเคราะห์ภาพรวมจากสถาบันใหญ่ (คาดการณ์ราคาเฉลี่ย/สิ้นปี 2569)
ธนาคารชั้นนำส่วนใหญ่ยังมองบวกต่อทองคำ
โดยคาดการณ์ราคาสูงขึ้นจากแนวโน้มการกระจายความเสี่ยงสำรองและความต้องการลงทุน:
- JPMorgan: คาดราคาเฉลี่ยไตรมาส 4 ปี 2569 ที่ 5,055 ดอลลาร์ และมี upside ไปถึง 6,000-6,300 ดอลลาร์ สิ้นปี (เน้น demand จากธนาคารกลาง)
- Goldman Sachs / UBS / Deutsche Bank: หลายสถาบันยกเป้าหมายราคาไว้สูงกว่า เช่นประมาณ $5,400–6,200 USD/oz ภายใต้สมมติฐานปัจจัยบวกยังคงอยู่ และแรงซื้อจากผู้ลงทุนรวมถึงธนาคารกลางยังหนุนราคา
- HSBC: คาดช่วงครึ่งแรกปี 2569 อาจถึง 5,000-5,050 ดอลลาร์ แต่สิ้นปีอาจย่อลงมาที่ 4,450 ดอลลาร์ (มอง correction หลัง bull run แรง)
ภาพรวม: ราคาทองคำ ยังอยู่ในกรอบขาขึ้นและเป้าหมายระดับค่าเฉลี่ยปีนี้ อยู่ในช่วง $5,000–$6,000 USD/oz หากปัจจัยหนุนยังดำเนินต่อไป
💡คำแนะนำเพิ่มเติม สำหรับมนุษย์เงินเดือน
- สายออม: ทองคำยังเหมาะเป็นสินทรัพย์กระจายความเสี่ยงในพอร์ต (5-10% ของพอร์ต) โดย DCA (ทยอยซื้อ) ทุกเดือนจะช่วยลดความผันผวน หลีกเลี่ยงซื้อหมดตัวตอนราคาพุ่งแรง หากราคาย่อลงใกล้แนวรับ อาจเพิ่มน้ำหนักสะสมได้
- สำหรับสายเทรด: ระวัง volatility สูง ใช้ stop-loss ชัดเจน แนวรับ 5,000 ดอลลาร์ (ทองโลก) เป็นจุดสำคัญ หากทะลุขึ้นยืนเหนือ 5,100 อาจลุย long แต่หากหลุด 4,900 อาจ short ระยะสั้น หลีกเลี่ยง over-leverage เพราะข่าวเศรษฐกิจสหรัฐฯ สัปดาห์นี้อาจทำให้แกว่งแรง
แหล่งอ้างอิงสำคัญ :
- สมาคมค้าทองคำ (goldtraders.or.th)
- Kitco.com (ราคา Gold Spot แบบเรียลไทม์)
- รายงานวิเคราะห์จาก JPMorgan, Goldman Sachs, HSBC (ผ่าน Reuters, Kitco News
และเว็บไซต์ธนาคาร)
- ข้อมูลเศรษฐกิจจาก Reuters, Trading Economics และแหล่งข่าวการเงินชั้นนำ
ราคาทองคำผันผวนได้ตลอดเวลา แนะนำติดตามอัปเดตใกล้ชิดและปรึกษาที่ปรึกษาการเงินก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านซีรี่ย์ลงทุนสไตล์มนุษย์เงินเดือนได้ที่นี่ 👉 รวมบทความ
อ่านบทวิเคราะห์ราคาทองย้อนหลังได้ที่นี่ 👉 รวมบทวิเคราะห์
อ่านบทวิเคราะห์ราคาทองย้อนหลังได้ที่นี่ 👉 รวมบทวิเคราะห์
📗อ่านบน Mebmarket
