อัปเดตสถานการณ์ราคาทองคำล่าสุด (20 กุมภาพันธ์ 2569)
ราคาทองคำในประเทศไทยและตลาดโลกยังคงอยู่ในระดับสูงใกล้จุดสูงสุดทางประวัติศาสตร์ โดยได้รับแรงหนุนจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจโลก และการซื้อสะสมของธนาคารกลาง
🟡ราคาทองคำไทย
ล่าสุด (จากสมาคมค้าทองคำ)
ทองคำแท่ง 96.5% (รับซื้อ) บาทละ 73,550-73,600 บาท / (ขายออก) บาทละ 73,750-73,800 บาท (ปรับขึ้นเล็กน้อยจากประกาศล่าสุดช่วงเช้า +50 บาทในบางรอบ)
ทองรูปพรรณ 96.5% (รับซื้อ) บาทละประมาณ 72,085-72,131 บาท / (ขายออก) บาทละ 74,550-74,600 บาท
🌍ราคาทองคำโลก (Gold Spot)
ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 4,995-5,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (ใกล้ระดับ 5,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นจุดจิตวิทยาสำคัญ) โดยล่าสุดเคลื่อนไหวราว 4,997 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ปรับตัวลงเล็กน้อยในวันนี้ แต่ยังแข็งแกร่งเมื่อเทียบรายเดือน)
💹วิเคราะห์แนวรับ/แนวต้าน
ราคาทองคำไทย
- แนวรับสำคัญ: 73,000-73,300 บาท (หากย่อตัว อาจลงมาทดสอบโซนนี้ก่อน)
- แนวต้าน: 74,000-75,000 บาท (หากทะลุขึ้นได้ อาจเร่งตัวต่อเนื่องจากปัจจัยภายนอก)
ราคาทองคำโลก (Gold Spot)
- แนวรับใกล้: 4,900-4,950 ดอลลาร์ (โซนแนวรับแข็งแกร่ง หากหลุดอาจลงลึกถึง 4,850)
- แนวต้านสำคัญ: 5,000-5,100 ดอลลาร์ (ระดับจิตวิทยา + Fibonacci retracement) หากทะลุขึ้นชัดเจน เป้าหมายถัดไปอาจอยู่ที่ 5,140-5,200 ดอลลาร์
ตลาดยังอยู่ในช่วง consolidation ใกล้ 5,000 ดอลลาร์ โดยมีโอกาส breakout ขึ้นหรือลง ขึ้นกับตัวแปรใหม่
🧭ไฮไลท์ตัวแปรล่าสุดที่กระทบราคาทอง
- ความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ยังสูง โดยเฉพาะสถานการณ์สหรัฐ-อิหร่าน (กำหนดเส้นตายการทหารกลางเดือนมีนาคม) และความขัดแย้งอื่นๆ ที่ทำให้ทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย
- ธนาคารกลางทั่วโลก (โดยเฉพาะจีน) ยังซื้อสะสมต่อเนื่อง สะสมรวมเกิน 2,000 ตันในช่วงต้นปี สนับสนุน demand ระยะยาว
- ดอลลาร์สหรัฐอ่อนตัว (DXY ใกล้ระดับต่ำสุด 4 ปี) เป็นปัจจัยบวกต่อทองคำ
- ความกังวลเรื่องหนี้สหรัฐสูง + นโยบายการเงิน Fed ที่ยังแบ่งแยก (บางส่วนกังวล inflation อาจทำให้ขึ้นดอกเบี้ยแทนลด)
- Goldman Sachs และนักวิเคราะห์หลายแห่งคาดราคาทองคำสิ้นปี 2569 อยู่ที่ 5,400 ดอลลาร์ หรือสูงกว่านั้นจากปัจจัยโครงสร้าง
ตัวเลขเศรษฐกิจและข่าวที่ต้องติดตามปัจจุบัน
- PCE Inflation สหรัฐ (ข้อมูลเงินเฟ้อสำคัญที่ Fed ให้น้ำหนักสูง) – หากต่ำกว่าคาด หนุนราคาทองขึ้น (Fed อาจลดดอกเบี้ยเร็ว)
- GDP และตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐ – หากแข็งแกร่ง อาจกดดันทองคำระยะสั้น
- ความคืบหน้านโยบายภาษีนำเข้า (tariff) ของสหรัฐ + ความขัดแย้งการค้าโลก
- การประชุม Fed และรายงาน FOMC ล่าสุด (ยังเห็นความเห็นแตกแยกเรื่องอัตราดอกเบี้ย)
- การซื้อทองคำของธนาคารกลาง (ข้อมูลรายเดือน)
📍คำแนะนำเพิ่มเติม
สายออม: ทองคำยังเหมาะเป็นสินทรัพย์กระจายความเสี่ยง (hedge) ในพอร์ต 10-20% เน้นซื้อสะสมแบบ DCA (ทยอยซื้อ) เมื่อราคาย่อตัวลงมาใกล้แนวรับ เพื่อลดความผันผวน หลีกเลี่ยงซื้อหมดตัวตอนราคาสูงสุด เพราะตลาดอาจ consolidation หรือย่อก่อนขึ้นต่อ
สำหรับสายเทรด: ระวัง volatility สูง ใช้ stop-loss ชัดเจน แนวรับ 4,900 ดอลลาร์ (โลก) หรือ 73,000 บาท (ไทย) เป็นจุดตัดขาดทุนหากลงแรง เป้าหมาย breakout ขึ้นเหนือ 5,000 ดอลลาร์อาจให้ upside ดี แต่หากหลุดแนวรับ อาจเห็น correction ลึก หลีกเลี่ยง over-leverage ในช่วงรอ catalyst ใหญ่ (เช่น PCE data)
แหล่งอ้างอิงสำคัญ
สมาคมค้าทองคำ (goldtraders.or.th)
Gold Spot: TradingEconomics, Kitco, USA Gold, FXStreet
การวิเคราะห์: Goldman Sachs, J.P. Morgan, Reuters Poll, ANZ
สถานการณ์ทองคำยัง bullish ระยะกลาง-ยาว แต่ระยะสั้นอาจผันผวนตามข่าว ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุนเสมอ
💰หนังสือ "จากเงินเดือนไปสู่การออมทอง"
“ทองคำไม่ได้สอนให้เรารวยเร็ว,
แต่มันสอนให้เรารู้จักรอ
และให้เวลาเป็นผู้สร้างมูลค่าที่แท้จริง”
