อัปเดตสถานการณ์ราคาทองคำล่าสุด (12 กุมภาพันธ์ 2569)
ราคาทองคำในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 (2026) ยังคงเคลื่อนไหวในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง โดยตลาดทองคำทั้งในไทยและระดับโลกแสดงถึงแนวโน้ม bullish ในระยะกลาง-ยาว ท่ามกลางปัจจัยสนับสนุนจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการถือครองของธนาคารกลาง
ราคาทองคำไทย
(จากสมาคมค้าทองคำ)ตามประกาศครั้งแรกของวัน (เวลาเปิดตลาดประมาณ 09:04 น.)
ราคาคงที่เมื่อเทียบกับปิดตลาดก่อนหน้า:
- ทองคำแท่ง 96.5%
รับซื้อ: 74,300 บาท/บาททองคำ
ขายออก: 74,500 บาท/บาททองคำ
- ทองรูปพรรณ 96.5%
รับซื้อ: 72,813.48 บาท/บาททองคำ
ขายออก: 75,300 บาท/บาททองคำ
ราคานี้ทรงตัวจากวันก่อนหน้า (ปรับขึ้นเล็กน้อยในบางช่วงของวันก่อน) สะท้อนการรอคอยปัจจัยใหม่จากตลาดโลก
ราคาทองคำโลก (Gold Spot)
ราคาทองคำ spot ปัจจุบันเคลื่อนไหวในช่วงประมาณ 5,050–5,080 USD/ออนซ์
(ข้อมูลล่าสุดราว 5,057–5,088 USD ต่อออนซ์ ขึ้นลงเล็กน้อยในวันนี้)
หลังจากทะลุระดับ 5,000 USD มาได้อย่างแข็งแกร่ง โดยวันนี้ปรับตัวลงเล็กน้อยราว 0.3–0.5% จากแรงกดดันก่อนข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ
วิเคราะห์แนวรับ/แนวต้าน
ราคาทองคำไทย
- แนวรับสำคัญ: 74,000–74,700 บาท (หากหลุดอาจย่อลงต่อ)
- แนวต้าน: 76,000 บาท และ 77,000 บาท (หากทะลุได้อาจเร่งขึ้นแรง)
ราคายังอยู่ในโหมด technical rebound หลังพักฐานสั้น ๆ แนะนำรอจังหวะย่อมาที่แนวรับเพื่อพิจารณาเข้าซื้อ
ราคาทองคำโลก (Gold Spot)
- แนวรับ: 5,060 USD, 5,028 USD, และ 4,968–5,010 USD (โซนสำคัญหากย่อตัว)
- แนวต้าน: 5,100 USD, 5,135–5,174 USD (หากผันผวนแรงอาจไปต่อถึง 5,200+)
แนวโน้มยังฟื้นตัว แต่มีโอกาสพักฐานสั้นก่อนข้อมูลเศรษฐกิจ
ตัวเลขเศรษฐกิจและข่าวที่ต้องติดตาม
สัปดาห์นี้เป็นช่วงสำคัญสำหรับตลาดทองคำ โดยเฉพาะข้อมูลสหรัฐฯ ที่อาจกระทบดอลลาร์และอัตราดอกเบี้ย Fed:
- NFP: เพิ่มขึ้น 130,000 ตำแหน่งงาน สูงกว่าคาดการณ์ที่ ~70,000 ตำแหน่ง และสูงกว่าตัวเลขเดือนธันวาคมที่ปรับแก้เป็น +48,000 (เดิมรายงาน +50,000).
ผลกระทบต่อทองคำ: ตัวเลขที่แข็งแกร่งกว่าคาดอาจกดดันราคาทองคำในระยะสั้น เพราะบ่งชี้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังแข็งแรง ทำให้ Fed อาจไม่รีบลดดอกเบี้ย แต่โดยรวมยังหนุนมุมมอง bullish สำหรับทองคำ
- CPI (ดัชนีราคาผู้บริโภค) เดือนมกราคม: รายงานวันศุกร์ – หากต่ำกว่าคาด เสริมมุมมองผ่อนคลายนโยบาย หนุนราคาทอง
- ข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง: Retail Sales ที่ชะลอตัว (จากธันวาคม) และ Job Openings ต่ำสุดในรอบหลายปี ส่งผลให้ตลาดคาด Fed ผ่อนคลายดอกเบี้ยราว 60 bps ในปีนี้
ปัจจัยเหล่านี้อาจทำให้ราคาทองผันผวนสูง หากข้อมูลอ่อนแอ ทองคำมีโอกาส rebound แรง
บทวิเคราะห์ล่าสุดจากสถาบันใหญ่
J.P. Morgan: คาดการณ์ราคาทองคำเฉลี่ยไตรมาส 4 ปี 2569 ที่ราว 5,000–5,055 USD/ออนซ์ และอาจถึง 6,300 USD ปลายปี (ปรับขึ้นเป้าแรงจาก demand ธนาคารกลางและนักลงทุน) บางสถานการณ์ upside ถึง 8,000+ หาก allocation เพิ่ม
HSBC: คาดระดับ 5,050 USD ในครึ่งแรกของปี 2569 แต่เตือน volatility และอาจ correction หลังจากนั้น
Goldman Sachs (และสถาบันอื่น ๆ เช่น Macquarie): มอง bullish ต่อเนื่อง คาดระดับสูงในปี 2569 (บางแห่งถึง 5,400+ หรือสูงกว่า) จากปัจจัย diversification และความไม่แน่นอนโลก
โดยรวมสถาบันใหญ่ยังมุมมองบวกต่อทองคำในปีนี้ แม้จะมีพักฐานระยะสั้น
คำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับมนุษย์เงินเดือน
- สายออม: ทองคำยังเหมาะเป็นสินทรัพย์สะสมปลอดภัย (safe haven) ในภาวะเศรษฐกิจชะลอและเงินเฟ้อ แนะนำ DCA (ทยอยซื้อ) ในช่วงย่อตัว เช่น ที่แนวรับไทย 74,000–74,500 บาท เพื่อเฉลี่ยต้นทุนระยะยาว หลีกเลี่ยง all-in เดียวเพราะ volatility สูง
- สำหรับสายเทรด: เน้นกลยุทธ์ "ย่อซื้อ-ดีดขาย" ในกรอบปัจจุบัน รอ confirmation ที่แนวรับ (เช่น 5,060 USD หรือ 74,700 บาทไทย) เพื่อ long โดยตั้ง stop loss หากหลุดแนวรับหลัก บริหารความเสี่ยงไม่เกิน 1–2% ต่อเทรด ระวังข่าว NFP/CPI ที่อาจทำให้แกว่งแรง
ราคาทองคำยังมี upside potential ในระยะกลาง แต่ระยะสั้นอาจผันผวนจากข้อมูลเศรษฐกิจ ติดตามประกาศสมาคมค้าทองคำและข่าว Fed อย่างใกล้ชิด
แหล่งอ้างอิงสำคัญ
สมาคมค้าทองคำ (goldtraders.or.th)
เว็บไซต์ข่าวการเงินไทย เช่น Sanook Money, Thairath, Prachachat, Bangkokbiznews
Trading Economics, Investing.com, Reuters สำหรับ gold spot และ forecasts
รายงานจาก J.P. Morgan, HSBC, Goldman Sachs (ผ่าน Reuters, Yahoo Finance, JPMorgan Insights)
อ่านบทวิเคราะห์ราคาทองย้อนหลังได้ที่นี่ 👉 รวมบทวิเคราะห์
📗อ่านบน Mebmarket
